ความรุนแรงต่อพลเมืองต่างชาติ

Violence against Foreign Citizens

ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองประเทศใดก็ตามแต่การใช้ความรุนแรงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรและต้องไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ทุกคนทีเกิดมาบนโลกนี้เมื่อวัดเรื่องของความเป็นมนุษย์จัดได้ว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากันหมด ด้วยเหตุนี้การใช้ความรุนแรงจึงไม่ควรเกิดขึ้นกับสังคมที่เติบโตมาอย่างมีวัฒนธรรม มีขนบธรรมเนียมอันงดงาม เป็นโลกที่อยู่มายาวนานหลายพันปี ในปัจจุบันเรายังมักเห็นความรุนแรงต่อพลเมืองต่างชาติเกิดขึ้นมากมาย เอาแค่เมืองไทยซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวแต่ละปีเข้ามาหลายล้านคน ความรุนแรงบ่อยครั้งที่เกิดขึ้นทำเอาคนไทยด้วยกันถึงขั้นอายไม่น้อย ว่าด้วยเรื่องความรุนแรงต่อพลเมืองต่างชาติ หลายคนรู้ดีว่าเมืองไทยของเราเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวด้วยมีสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามมากมายทั้งเกิดจากธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์หรือมนุษย์เป็นคนจัดการขึ้นมาเองก็ตาม ด้วยเหตุนี้แต่ละปีเงินต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในบ้านเราจึงค่อนข้างเยอะมากเพราะนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมหาศาลหลักล้านคนในแต่ละปี ความมุ่งหวังของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมายังเมืองไทยก็คือการได้พบกับธรรมชาติอันแสนสวยงาม วัฒนธรรมคนไทยที่อ่อนช้อย อาหารไทยรสเลิศ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เชิดชูความเป็นไทยมาอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น และยังคงเห็นว่าเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็คือ การใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองต่างชาติ เริ่มตั้งแต่การขูดรีดด้วยการบอกค่าโดยสารแพงๆ เพื่อเอาเงิน, การทำร้ายร่างกายจะเหตุปะทะกันธรรมดา ไปจนถึงเรื่องของการพยายามทำร้ายร่างกายเพื่อหวังประทุษร้าย อาทิ การชิงทรัพย์, การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับพลเมืองต่างชาติที่เขาตั้งใจมาเที่ยวด้วยซ้ำ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้เมืองไทยเสียภาพลักษณ์ในสายตาต่างชาติไม่น้อย มีหลายข่าวหลายคดีที่ชาวต่างชาติหลายคนยังคงจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้ไม่มีวันลืมเลือน เป็นเรื่องที่โหดร้ายมากๆ ไม่ใช่แค่ในสายตาชาวต่างชาติเท่านั้นแม้แต่คนไทยด้วยกันเองยังมองว่าการใช้ความรุนแรงต่อชาวต่างชาติหลายๆ เรื่องเป็นความโหดร้ายเกินกว่าจะยอมรับได้จริงๆ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คนไทยหรือคนในประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศยังคงทำกันอยู่ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุหรือความต้องการอะไรกันแน่ ไม่ว่าจะเดินทางไปส่วนไหนของโลกใบนี้ทุกคนย่อมอยากพบเจอกับความสุขด้วยกันทั้งนั้น มันคงดีกว่าแน่ๆ หากเราทุกคนเลิกใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อพลเมืองต่างชาติแล้วหันมาทำความเข้าใจในสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมเดียวกัน Read More …

เสรีภาพในการแสดงออก

China_Urumqi-w

ทุกๆ คนเมื่อเกิดมาแล้วย่อมมีเสรีภาพในตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น เสรีภาพในที่นี้สามารถแบ่งออกได้หลายอย่างแต่ส่วนหนึ่งที่จะทำให้เสรีภาพดูเป็นเรื่องน่าสนใจมากก็คือ เสรีภาพในการแสดงออก นี่คือสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายที่ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เราทุกคนมีสิทธิในการแสดงออกด้านการสื่อสารความรู้สึก ความคิดเห็นต่างๆ ออกไปได้อย่างอิสระ จะด้วยการพูด การแสดงออกด้วยท่าทางหรือแม้แต่การสื่อสารผ่านตัวหนังสือก็ตามที ทั้งการผ่านบนหน้ากระดาษหรือสมัยนี้ผ่านโลกออนไลน์รวมไปถึงการแสดงออกด้วยรูปแบบอื่นๆ เช่น การถ่ายภาพ การใช้เสียงเพลง การใช้ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพกราฟิก รวมไปถึงการค้นคว้า การเข้าถึง การค้นหาข้อมูล ความรู้สึกนึกคิด ความเห็นที่ถูกส่งผ่านการสื่อสารและการเผยแพร่ต่างๆ ด้วย ว่าด้วยเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก หากกล่าวแค่ระดับปัจเจกบุคคลเสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิ่งที่ทำให้คนทุกคนสามารถแสดงความเป็นตัวตนของตนเองออกมาได้ แม้การแสดงออกดังกล่าวจะแตกต่างไปจากคนอื่นหรือไม่ได้ถูกมองจากสังคมมากนักทั้งเรื่องการแต่งตัว, การขึ้นสเตตัสผ่านเฟสบุ๊ค, ความชอบในตัวศิลปินดารา รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ถูกแสดงออกมาด้วย นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้หากช่วงเวลาใดที่กำลังพบเจอกับเรื่องราวไม่ถูกต้องเหมาะสมหรือกระบวนการความไม่ยุติธรรมในประเทศที่ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เช่น การถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บสินบน การโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่เรื่องของคำพูดผ่านโลกออนไลน์เพื่อเรียกร้องเสรีภาพทางการแสดงออกเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ต่อมาเป็นเรื่องระดับชุมชนและระดับประเทศ เสรีภาพทางการแสดงออกคือเรื่องสำคัญที่เป็นการบ่งบอกถึงการสื่อสารระหว่างผู้คนในชุมชนกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ภาครัฐ เพื่อสะท้อนให้พวกเขาเหล่านั้นได้มองเห็นถึงปัญหาแล้วเกิดการปรับปรุงแก้ไขหรือเกิดการป้องกันเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นอีก เสรีภาพในการแสดงออกไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ Read More …

ความรุนแรงที่นำไปสู่ความพิการ

Violence Leading to Disabilities

เรื่องของความรุนแรงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากพบเจอแน่นอน ขึ้นชื่อว่าความรุนแรงในภาพแห่งความเป็นจริงส่วนใหญ่แล้วมักมีแต่ผลเสียมากกว่าผลดีที่หลายคนได้รับ ทั้งในเรื่องของการสูญเสียด้านต่างๆ ทั้งทรัพย์สิน ชีวิต หรือหากไม่ได้ถึงขั้นชีวิตความรุนแรงในหลายๆ ด้านก็นำพาให้เกิดความพิการได้เหมือนกัน คิดดูว่าจากคนปกติต้องกลายสภาพเป็นคนพิการมันคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไหร่นักแน่นอนและคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่เรารักด้วย เรื่องของความรุนแรงที่สามารถนำไปสู่ความพิการได้ ความรุนแรงเป็นการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสาเหตุทางธรรมชาติ อุบัติเหตุ และฝีมือจากมนุษย์ ส่วนในอีกมุมมองความรุนแรงคือสิ่งที่เข้ามาสกัดกั้นศักยภาพต่างๆ ของชีวิตทำให้ไม่สามารถดำรงต่อไปได้อย่างควรจะเป็นซึ่งมองในมุมไหนเรื่องของความรุนแรงก็ไม่เคยเป็นเรื่องดีเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงแม้รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าการใช้ความรุนแรงหรือการสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องดีก็ยังมีคนจำนวนมากชอบใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้นกับทั้งคนรอบข้าง สังคม จนบานปลายถึงขั้นความสูญเสีย บางกรณีหากเสียชีวิตก็ว่าแย่แล้วแต่หากความรุนแรงนำไปสู่ความพิการมันยิ่งเป็นเรื่องที่เกินกว่าคำว่าเสียใจไปอีก จากคนดีๆ ที่ต้องกลายสภาพเป็นคนทุพพลภาพมันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีแน่หากเกิดขึ้นกับใคร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สังคมยังคงมีให้เห็นอยู่ร่ำไปและไม่รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น หากเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจนนำไปสู่ความพิการ เช่น ลมพัดต้นไม้มาทับหลังคาบ้านซึ่งมีคนอยู่ด้านในแล้วไปโดนคนด้วยแบบนี้มันก็เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครห้ามได้ การเกิดอุบัติเหตุรถตัดหน้าจนกลายเป็นความรุนแรงถึงขั้นพิการก็คงต้องหาคนรับผิดชอบไปตามสภาพ แต่ความรุนแรงที่หลายคนรับไม่ได้อย่างมากยิ่งถึงขนาดก่อให้เกิดความพิการด้วยคือความรุนแรงจากการกระทำของมนุษย์ด้วยกันเอง ทั้งการตบตี ฆ่าฟันกัน เพื่อเหตุผลบางอย่าง อาทิ ความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน, ความเห็นของการตัดสินไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งส่วนใหญ่ความรุนแรงจากการกระทำของมนุษย์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อความคิดไม่ลงรอยกันมากกว่า เข้าใจดีว่าแต่ละคนย่อมมีพื้นฐานประสบการณ์ชีวิต ความรู้สึกนึกคิดต่างกันออกไป แต่ถึงแม้ความต่างนั้นจะมีมากขนาดไหนก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถใช้ความรุนแรงตัดสินคนที่เห็นต่างได้ การกระทำแบบนั้นมันไม่ใช่มนุษย์ที่มีอารยธรรม มีสังคมอันสูงส่งเขาทำกัน Read More …

ความรุนแรงต่อสตรี

violence_women

ขึ้นชื่อว่าความรุนแรงคงไม่มีใครชอบหรืออยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้นแต่ปัญหาที่เรามักพบเจอกันอยู่เสมอก็คือ สุภาพสตรีหรือเพศหญิงมักเป็นเพศที่พบเจอกับความรุนแรงอยู่บ่อยครั้งจนทำให้เกิดองค์กรต่างๆ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือสตรีที่ถูกความรุนแรงมากมาย ปัญหาความรุนแรงต่อสตรียังคงถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปลูกฝังค่านิยมใหม่ๆ ที่ไม่ได้มองว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังอีกต่อไปแต่จำเป็นต้องมองให้ออกว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันทั้งหมด เรามักพบว่าความรุนแรงต่อสตรีส่วนใหญ่เกิดจากครอบครัวที่ชอบอ้างว่าเป็นเรื่องในบ้านคนอื่นไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง แต่จริงๆ แล้วนี่คือความผิดด้วยกันทั้งสิ้น ว่าด้วยเรื่องความรุนแรงต่อสตรี ด้วยหลายฝ่ายได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อสตรีและความไม่ถูกต้องสำหรับการกระทำอันรุนแรงต่อสตรีส่งผลให้มีการกำหนดวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันยุติความรุนแรงในสตรี และเด็กสากล สิ่งทีเราได้พบเห็นจากการกำหนดวันดังกล่าวนี้คือทั่วทั้งโลกสตรียังคงเป็นเพศที่ถูกกระทำความรุนแรงอยู่เสมอ ทั้งประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ยิ่งประเทศด้อยพัฒนาไม่ต้องพูดถึง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีประชากรบนโลกจำนวนมากเกิดการรวมตัวเพื่อสร้างกลุ่มสำหรับการรณรงค์ไม่ให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวขึ้นอีกในสังคม ในส่วนของประเทศไทยแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ นับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติแต่ความรุนแรงต่อสตรียังคงมีให้พบเห็นกันอยู่เสมอ ประเภทสามีทำร้ายร่างกายภรรยา เพื่อนทำร้ายเพื่อน คนแปลกหน้าทำร้ายร่างกาย จิตใจ ผู้บริสุทธิ์ และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผิดและไม่สมควรเกิดขึ้นเลยทั้งสิ้น มันแสดงให้เห็นว่าแม้หลักพระพุทธศาสนาจะดีขนาดไหนแต่หากไม่เข้าไปถึงจิตใจมันก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงคนๆ หนึ่งให้กลับมายึดหลักอันสมควรได้ ความรุนแรงต่อสตรียังคงเป็นสิ่งที่เราพบเจอกันอยู่ทุกวันแม้จะบอกว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นแล้วก็ตามที ความรุนแรงต่อสตรีหากทำให้เข้าใจความหมายลึกซึ้งมากขึ้นก็คือ การใช้ความรุนแรงทุกกรณีอันสืบเนื่องจากความต่างระหว่างบุรุษกับสตรี ทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งร่างกาย จิตใจ กับสตรี ความรุนแรงดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกมิติของสังคม จะในครอบครัว Read More …

เป็นทาส

Enslavement

ทาสเป็นคำที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ โดยเฉพาะประเทศไทยของเราที่ต้องรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้เลิกทาสให้กับประเทศไทย ส่งผลให้คนไทยทุกคนมีสถานศักดิ์เท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครเหนือหรืออยู่สูงกว่าใคร แต่จะว่าไปการเรียนรู้เรื่องทาสก็สอนอะไรคนรุ่นหลังหลายด้านรวมถึงยังทำให้เราเองได้ย้อนกลับไปมองอดีตที่ผ่านมาเกี่ยวกับความยากลำบากของคนที่ถูกเรียกว่าทาสอีกด้วย ว่าด้วยเรื่องการเป็นทาส ทาส หากทำความเข้าใจให้ตรงประเด็นก็คือ บุคคลที่ถูกนับสิทธิให้เหมือนกับแค่มีค่าเป็นสิ่งของของผู้อื่น ไร้อิสระในการดำรงชีวิตของตนเอง หน้าที่หลักก็คือการรับใช้ผู้อื่นโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งคนที่สั่งให้รับใช้จะถูกเรียกว่า นายทาส เช่น การใช้แรงงาน เมื่อใดก็ตามที่ทาสเหล่านี้ไม่เชื่อฟังหรือทำผิดคำสั่งก็มีสิทธิถูกลงโทษขึ้นอยู่กับการกำหนดของนายทาส ยกเว้นแค่เรื่องการกระทำให้ถึงแก่ความตายเท่านั้น สำหรับทาสของสยามบ้านเราในอดีตถูกแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ซึ่งจะมีการนับแค่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมาเนื่องจากยุคก่อนหน้านั้นยังเป็นที่ถกเถียงของบรรดานักวิชาการว่ามีหรือไม่มีอย่างไรกันแน่ ทาสสินไถ่ – นี่คือกลุ่มทาสที่มีมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด เงื่อนไขหลักๆ ของการเป็นทางประเภทนี้คือ การถูกขายตัวให้กลายเป็นทาส เช่น พ่อแม่ขายลูก สามีขายภรรยา ขายตัวเอง เพราะฉะนั้นทาสประเภทนี้ส่วนใหญ่คือคนยากจน เลี้ยงดูครอบครัวไม่ได้ จะกลับมามีสถานะปกติเมื่อเกิดการไถ่ถอน ทาสในเรือนเบี้ย Read More …