อุทธรณ์เร่งด่วน

ชาวทิเบตยังยึดมั่นกับ“ทางสายกลาง”

การต่อสู้ทางการเมืองเพื่อเรียกร้องอะไรสักอย่างนั้น มีการต่อสู้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้บนโต๊ะเจรจา หรือ การต่อสู้ด้วยความรุนแรงทั้งรูปแบบของสงคราม การก่อการร้ายก็มี แต่การต่อสู้ของชาวทิเบตเพื่อขอเรียกร้องสิทธิ์ในการปกครองตัวเองจากจีนนั้น เป็นการต่อสู้อีกแบบหนึ่งนั่นคือการต่อสู้แบบทางสายกลาง วิธีนี้มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เราจะมาลองวิเคราะห์กัน

ทางสายกลางไม่เป็นเครื่องมือใคร

เมื่อคนในชาติแตกความสามัคคีกัน ก็ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกแทรกแซงจากคนอื่น คนภายนอกที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ประสงค์ดีสักเท่าไร การต่อสู้ทางการเมืองที่อาศัยความรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่มักจะมียักษ์ใหญ่แต่ละฝ่ายถือหางกันทั้งนั้น (เพื่อขอสนับสนุนทางการทหาร เงิน อาวุธ ความรู้) ไม่เชื่อลองไปดูวิกฤติไครเมียร์ก็ได้  แต่การต่อสู้แบบนี้ไม่ได้ไปสู้รบกับใคร เรียกร้องด้วยความสงบ ไม่มีการใช้อาวุธอะไรเลย เมื่อเป็นแบบนี้ชาติยักษ์ใหญ่ที่หวังจะเข้ามาปั่นป่วนก็ยากหน่อย เพราะพวกเค้าไม่ได้ต้องการของเหล่านั้นเลย เมื่อไม่เป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร ชาวทิเบตก็สามารถดำเนินการได้แบบไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น

การยอมรับจากบุคคลภายนอก

ถามว่าเวลาเราเห็นภาพสงครามการเมืองไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ข้อเรียกร้องอะไรก็ตาม เรารู้สึกอย่างไร เชื่อว่าหลายคนคงมองไปที่ความรู้สึกหดหู่ น่าเบื่อ และไม่สนใจข้อเรียกร้องเหล่านั้นเลย เนื่องจากเรื่องราวการต่อสู้เหล่านั้นดูรุนแรงจนไม่อยากดู แต่การต่อสู้ทางสายกลางของชาวทิเบตที่ออกมาเรียกร้องนั้น แม้จะไม่ได้มีอาวุธทำลายล้างอะไร อาศัยขันติ อดทน แต่มันกลับมีพลังงานบางอย่างแทรกออกมาเพื่อให้เราต้องการรู้จัก รู้ลึก รู้จริง จนถึงขั้นเอาใจช่วยพวกเค้าให้ทำสำเร็จได้ แบบที่พวกเค้าไม่ต้องร้องขออะไรเลยด้วยซ้ำ เรายอมรับข้อเรียกร้องของพวกเค้าได้มากกว่า

ไม่มีความรุนแรง = ไม่มีการสูญเสีย

เรามักจะเคยได้ยินว่า คิดจะทำการใหญ่ต้องมีผู้เสียสละอันนี้จริง แต่หากเป็นข้อเรียกร้องของคู่กรณีอื่นคำว่าเสียสละนี่หมายถึงการเสียสละลูกเมีย ครอบครัว จากสงครามเลย แต่การเรียกร้องแบบนี้ พวกเค้าไม่ได้มีความรุนแรงอะไร ไม่มีอาวุธอะไร นั่นหมายความว่าพวกเค้าจะไม่ต้องสูญเสียคนที่รักไปจากสงครามการเรียกร้องนี้จากจีน เมื่อทุกคนไม่มีสูญเสียการเรียกร้องก็มีต่อไปได้

ความยาวนานของการเรียกร้อง

แต่วิธีทางสายกลางที่ไม่เน้นความรุนแรงของทิเบตเองก็มีข้อเสียเหมือนกัน ข้อสำคัญเลยก็คือ ความยาวนานของการเรียกร้องมันจะนานกว่าการใช้สงคราม ความรุนแรงเพื่อจัดการมาก คิดดูว่าชาวทิเบตเรียกร้องด้วยวิธีนี้มาเป็นระยะเวลาเกือบ สองทศวรรษ ทุกอย่างยังแทบไม่คืบหน้าอะไรเลย จีนเองก็ดูเหมือนจะไม่แคร์อะไร ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไปข้อเรียกร้องของชาวทิเบตอาจจะต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีเพื่อให้ได้ตามต้องการ ซึ่งมันอาจจะนานมาก แต่พวกเค้าก็รอได้ด้วยวิธีการของเค้าเอง