ผู้พิพากษาและทนายความอิสระ

Independent Judges and Lawyers

ผู้ประกอบอาชีพผู้พิพากษากับทนายความอิสระถือเป็นอาชีพที่มีความเกี่ยวโยงกันทั้งในเรื่องของรูปแบบการทำงานหรือลักษณะอาชีพที่ต้องทำงานด้านกฎหมายเหมือนกัน เพียงแต่ว่าลักษณะการทำงานของสองอาชีพนี้มีความแตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามทั้งสองอาชีพนี้ถือเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อสังคมไม่น้อย เพราะมีส่วนสำคัญในการว่าความ และตัดสินคดีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม มาดูกันว่าทั้งผู้พิพากษา และทนายความอิสระมีลักษณะหน้าที่หรือเรื่องราวต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง

ผู้พิพากษา

ผู้พิพากษาถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติสูง หากเทียบเรื่องของรายได้ในระดับราชการเหมือนกันก็ต้องยอมรับว่ามีรายได้สูงมาก หน้าที่หลักคือการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งหมดในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ในศาลยุติธรรม ยกเว้นคดีที่รัฐธรรมนูญมีการบัญญัติเอาไว้ให้อยู่ในอำนาจศาลอื่น ทำการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ใช้ดุลยพินิจสำหรับการชั่งน้ำหนักเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ทำคำสั่งหรือคำพิพากษาทั้งคดีแพ่ง อาญา ปฏิบัติหน้าที่ในศาลทั้ง 3 ชั้น คือ ศาลชั้นต้น, ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา

ลักษณะการทำงานทั่วไปก็เหมือนกับข้าราชการปกติคือมีห้องทำงานของตนเอง เมื่อถึงเวลาต้องพิจารณาคดีจะต้องขึ้นนั่งบัลลังก์ปฏิบัติหน้าที่พิพากษาพร้อมเป็นประธานในห้อง ทำหน้าที่ตัดสินคดีความ ปกติแล้วหากประจำการตามศาลจังหวัดต่างๆ จะปฏิบัติหน้าที่ครั้งละ 3-4 ปีต่อจังหวัด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการประกาศของคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ผู้จะประกอบอาชีพผู้พิพากษาต้องเป็นคนซื่อตรง รักความยุติธรรม มีเหตุผลในตัวเอง มีจิตใจเป็นกลาง วางตัวดี อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ทำหน้าที่นี้มักต้องเรียนจบสาขาวิชานิติศาสตร์

ทนายความอิสระ

จริงๆ แล้วทนายความอิสระก็คือ อาชีพทนายแขนงหนึ่งเพียงแต่ว่าจะไม่ได้ประจำการตามบริษัทหรือองค์กรใดทั้งสิ้น รับว่าความด้วยตนเองตามความอิสระ เลือกรับว่าอยากว่าความคดีใดไม่ว่าความคดีใด ในส่วนของนิยามอาชีพก็แบบเดียวกับทนายความทั่วไป คือ มีหน้าที่ทางกฎหมาย ให้คำปรึกษาพร้อมการบริการทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังรวมถึงการปฏิบัติงานทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย เช่น การจัดการด้านเอกสารทางกฎหมาย การว่าความในคดีต่างๆ ทั้งแพ่งและอาญา ให้คำแนะนำต่อลูกความ กระทำการแทนลูกความในเรื่องตามเหมาะสมอันเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลในฐานะของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง

มีบทบาทเกี่ยวข้องด้านความคุ้มครอง ดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับตัวบุคคล องค์กรต่างๆ อาจเชี่ยวชาญในกฎหมายสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นพิเศษ ถือเป็นอาชีพด้านกฎหมายที่มีคนจำนวนมากเลือกทำ สาเหตุหลักเพราะรายได้ดียิ่งว่าความชนะยิ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบอาชีพนี้ก็จะจบในสาขานิติศาสตร์ด้วยเหมือนกัน ถือเป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับคนเรียนด้านกฎหมาย